ความเป็นมาของPGP
PGP เป็น
ซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกโดย
Phillip R.Zimmemann
เข้าได้เริ่มนำ PGP รุ่น 1.0
ออกเผยแพร่ให้ใช้ฟรีตั้งแต่เดือนมิถุนายน
พ.ศ.2534เป็น
ต้นมาโดยสามารถ
ดาวน์โหลดได้จากอินเตอร์เน็ตหรือจากบีบีเอส
ช่วยให้ผู้ใช้ PGP
สามารถโต้ตอบอีเมล์ที่เป็นความลับกับคนที่ไม่เคยเจอตัวมาก่อนโดยไม่จำเป็นต้อง
แจ้งกุญแจลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยก่อน
ในรุ่น 1.0 เขาใช้ LZHuf ในการบีบอัดข้อมูล และใช้ MD4 ในการย่อยข้อความส่วน การเข้ารหัสใช้ RSA ร่วมกับ Bass-O-Matic ซึ่งเป็นวิธีการเข้ารหัสแบบกุญแจสม มาตรที่เขาคิดค้นเอง ต่อมาในรุ่น 2.0 เขาแทนที่ LZHuf ด้วย ZIP แทนที่ MD4 ด้วย MD5 และแทนที่ Bass O-Maticด้วยIDEAเพื่อลดขนาดของข้อความก่อนเข้ารหัส ให้เล็กลงเพิ่มความแข็งแรงของการเข้ารหัสให้มากขึ้น
เขาได้รับแรงบันดาลใจในการพัฒนา PGP มาจากการที่ในปีนั้น รัฐบาลสหรัฐ ฯ ได้ พยายามผลักดันร่างพระราชบัญญัติ S. 266 ซึ่งกำหนดให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวเข้ารหัส ทุกตัวต้องจัดเตรียมช่องทางลับเอาไว้ให้รัฐบาลสหรัฐ ฯ สามารถเข้าไปอ่านข้อความ ที่ถูกเข้ารหัสของผู้ใดก็ได้แต่พวกเสรีนิยมเช่นเขาก์ต้องการกีดกันไม่ให้รัฐบาลยุ่งเกี่ยว กับการสื่อสารส่วนบุคคลเพื่อปกป้องความเป็นนส่วนตัวและคงไว้ซึ่งประชาธิปไตย อย่างสมบูรณ์แบบด้วยเช่นกัน ในท้ายที่สุดร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงไม่ผ่านความ เห็นชอบจากรัฐบาลสหรัฐ ฯ
หลังจากที่ PGP ได้ถูกเผยแพร่ออกไประยะหนึ่ง Rivest ,Shamir และ Adlwman ได้ร้อง เรียน Zimmermann ว่าเขาละเมิดลิขสิทธิ์เทคโนโลยีการเข้ารหัสแบบกุญแจสาธารณะ แบบRSA แต่เขาโต้กลับว่าได้ระบุไว้ในเอกสารประของ PGP 1.0 แล้วว่า RSA เป็นลิขสิทธิ์ ของ MIT และมีเพียงบริษัทในกลุ่ม PublicKeyPartners(PKP)เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ สามารถขายและให้อนุญาตการใช้ RSAต่อไปได้ เขาจัดทำ PGP ขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น การขออนุญาตใช้ RSA ถือเป็นหน้าที่ของผู้ที่ต้องการใช้ PGP เอง และเขาไม่รับผิดชอบต่อ การละเมิดลิขสิทธิ์ใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ RSAบน PGP โดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ดี หากเรื่องราวถึงชั้นศาลเขาก็มีโอกาสที่จะถูกศาลตัดสินว่าละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ในที่สุดเขาจึง เซ็นข้อตกลงกับ PKP โดย PKP ไม่ฟ้องเขา และหยุดการเผยแพร่ PGP รุ่นที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แต่PGPก็ยังถูกผู้อื่นนำไปพัฒนาต่อและเผยแพร่ต่อไปเรื่อยๆด้วยความปลอดภัยอันยอด เยี่ยมและเป็นฟรีแวร์ของมันได้ทำให้PGPได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วต่อมาหน่วย สืบราชการลับของสหรัฐอเมริกาต้องการตรวจสอบการสื่อสารทุกอย่างของประชาชนได้เพื่อสืบ หาผู้ทำผิดกฎหมายหรือบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติรัฐบาลจึงออกกฎหมายกำหนดให้ถือ ว่าซอฟแวร์เข้ารหัสที่คิดค้นขึ้นในสหรัฐฯเป็นสมบัติของชาติซึ่งหากเล็ดลอดออกนอกประเทศไป อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติได้ และควบคุมการส่งซอฟแวร์เข้ารหัสไม่ให้ใช้กุญแจ ขนาดใหญ่เกินกว่า40บิตเพื่อที่ทางสำนักงานรักษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ(NSA)จะ สามารถเจาะรหัสข้อความที่โต้ตอบกับต่างประเทศได้ Zimmermann ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ของกรมศุลกากรสหรัฐ ฯ ว่าเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีการ เข้ารหัสเป็นระยะเวลาถึง3ปีจนผลสอบสวนสิ้นสุดได้สรุปว่าไม่สามารถฟ้องร้องเขาได้เนื่องจาก ซอฟแวร์ของเขาเกิดขึ้นก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ และหากซอฟแวร์ของเขาเล็ดลอดออก ไปจากสหรัฐ ฯ ภายหลังจากที่กฎหมายดังกล่างออกมาแล้ว ก็เป็นการลักลอบนำออกไปโดยผู้อื่น เนื่องจากมีการควบคุมการดาวน์โหลดอย่างเข้มงวดอย่างไรก็ดีรัฐบาลไม่ได้ห้ามการส่งออกเทคโน โลยีการเข้ารหัสที่อยู่ในรูปหนังสือZimmermannและMITจึงได้ร่วมกันจัดพิมพ์รหัสต้นฉบับที่เป็น ภาษาซีทั้งหมดชื่อหนังสือ Source Code and Internals ได้กระจายไปทั่วโลก แต่ปัจจุบันไม่มี การตีพิมพ์ต่อมาเขาได้ก่อตั้งบริษัท Pretty Good Privacy,INC ขึ้นเพื่อทำธุรกิจจำหน่ายซอฟแวร์ สำหรับเข้ารหัส โดยดำรงค์ตำแหน่งประธานกรรมการและประธานด้านเทคโนโลยี ต่อมาได้รวมกับ McAfee,Network General และ Helix จัดเป็นบริษัทใหม่ว่า Network Associates,Ind. ซึ่งมีโฮม เพจอยู่ที่
http://www.nai.com
HOME
Digital ID&PGP
ความเป็นมาของPGP
กำเนิดPGP
ความสามารถPGP
การติดตั้งPGP
การใช้งานPGP5.5.3i