เปรียบเทียบการเข้ารหัสอีเมล์ระหว่างการใช้
Digital ID กับ PGP
การใช้บัตรประจำตัวประจำตัวดิจิตอลมีข้อดีตรงที่มีผู้ออกบัตรประจำตัวดิจิตอล(Certifitae Authorite)เป็นผู้รับรองกุญแจสาธารณะของผู้ส่งทำให้ผู้ส่งไม่สามารถปฏิเสธว่าเป็นผู้ส่งข้อ ความและสามารถใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ในบางประเทศเช่นสหรัสอเมริกาและผู้ออก บัตรฯมักจะร่วมมือกับบริษัทประกันโดยแบ่งตามค่าธรรมเนียมที่เก็บจากผู้ถือบัตรไปจ่ายเป็น ค่าเบี้ยประกันเพื่อคุ้มครองความเสียหายซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการถูกปลอมแปลงบัตรให้ด้วย แต่ขนาดของกุญแจที่เก็บบนบัตรจะขึ้นอยู่กับเว็บเบราเชอร์ว่าเป็นรุ่นสำหรับใช้ในสหรัฐฯและ แคนนาดาซึ่งสนับสนุนการเข้ารหัสด้วยกุญแจขนาด128บิดหรือรุ่นนานชาติที่รองรับขนาดของ กุญแจเพียง40บิตเท่านั้น
ส่วนในการใช้PGPiมีข้อดีตรงที่ว่ารองรับขนาดของกุญแจสูงสุดถึง4,096บิตนอกจากสหรัฐฯ และแคนนาดาได้สามารถสร้างคู่กุญแจส่วนตัวและกุญแจสาธารณะขึ้นใช้ได้เองโดยไม่ต้องเสีย ค่าธรรมเนียมแต่เนื่องจากการรับรองกุญแจสาธารณะบนPGPใช้ระบบความไว้วางใจของบุคคล จึงเหมาะกับการเข้ารหัสในการใช้งานที่เป็นส่วนตัวเท่านั้นแต่ไม่เหมาะสำหรับการนำมาใช้ในธุรกิจ
ก่อนหน้าที่จะมีPGPออกมาการใช้งานPGPนอกสหรัสฯและแคนนาดาถือเป็นเรื่องผิดกฏหมาย จึงทำให้คนประเทศอื่นๆต้องหันมาใช้บัตรประจำตัวดิจิตอลร่วมกับซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนS/MIME (รุ่น2.0ในปัจจุบัน)แทนแต่เมื่อมีPGPiออกมาให้ใช้งานตั่งแต่ปลายปีที่แล้วทำให้PGPกลับมาเป็น ที่นิยมอีกครั้งหนึ่งเหมือนกับช่วงก่อนที่รัฐบาลสหรัสฯจะออกกฏหมายควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์
HOME
Digital ID&PGP
ความเป็นมาของPGP
กำเนิดPGP
ความสามารถPGP
การติดตั้งPGP
การใช้งานPGP5.5.3i